หน้าหลัก > ประวัติบริษัท
ประวัติบริษัท

ประวัติผู้บริหาร รศ.ดร.ธัทธรรม พิลาแดง

การศึกษา

  • ปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการจัดการเกษตร สาขาผลิตพืช มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลอลงกรณ์
  • ปริญญาเอก philosophy Social science สาขา Fertilizer management Magadh University of India
  • Associate professor Doctor Golden State University of America

การทำงาน

  • ดำรงตำแหน่ง Associate professor Doctor Golden State University of America
  • อาจารย์พิเศษประจำ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี
  • อาจารย์พิเศษประจำ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์
  • อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก
  • ผู้จัดการร้านเกษตรรักษ์ดินทีม
  • ผู้บริหารฝ่ายการตลาดโรงงานผลิตปุ๋ยเกษตรสว่างวรกิจ
  • ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม ประเทศไทย
  • กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษตรรักษ์ดิน จำกัด

 

ประวัติความเป็นมา

ศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม ประเทศไทย

ศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักดิน อินทผลัม ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558

โดยมี รศ.ดร. ธัทธรรม พิลาแดง เป็นผู้ก่อตั้ง และ นส.มนัสชนก ภาระจ่า ผู้ร่วมก่อตั้ง  ดำเนินงานด้านการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอินทผลัม ให้คำปรึกษาแนะนำ รวมทั้งรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร

โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงานดังต่อไปนี้

  1. เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ให้สามารถเพื่อพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง

  2. เพื่อพัฒนาอินทผลัมสายพันธุ์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในทั่วโลก

  3. เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกอินทผลัม

 

 

ประวัติการพัฒนาสายพันธุ์

อินทผลัมสายพันธุ์สยามเอส 1 ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์ตามลำดับปีดังต่อไปนี้

ปี 2548 ได้ทำการพัฒนาสายพันธุ์โดยใช้สายพันธุ์ที่ได้จากการนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากผู้ใช้แรงงานที่นำเข้ามาปลูกในไทยจากประเทศอิสราเอล ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นสายพันธุ์อะไร แต่มีคุณลักษณะที่ดีและได้นำเอาเพศผู้และเพศเมียมาผสมข้ามแบบปิด เพื่อให้ได้พ่อพันธุ์ที่ดี และผสมสายพันธุ์บาร์ฮี ระหว่างเพศผู้และเพศเมีย เพื่อให้ได้แม่พันธุ์ที่ต้องการ

ปี 2549 นำเอาเมล็ดมาที่ได้จากการผสมมาเพาะกล้าโดยใช้ชื่อว่า T1 ซึ่งย่อมาจากไทย1 จากลูกผสม จากผู้ใช้แรงงานที่นำเข้ามาปลูกจากประเทศอิสราเอล เป็นพ่อพันธุ์ ผสมกับลูกผสมสายพันธุ์บาร์ฮี ใช้ชื่อว่า T2 ซึ่งย่อมาจากไทย2 เป็นแม่พันธุ์

ปี 2550 นำต้นกล้า T1 และ T2 ที่ได้มาเพาะปลูกในแปลงทดลอง

ปี 2553 สายพันธุ์ลูกผสมT1และT2 ออกดอกจึงได้ทำการผสมสายพันธุ์ เพศผู้ T1 กับเพศเมียT2

ปี 2554 นำเมล็ดพันธุ์ลูกผสมระหว่าง T1และ T2 มาเพาะกล้า เกิดสายพันธุ์ สยามเอส 1

ปี 2555 ได้นำสายพันธุ์สยามเอส1ลงปลูกที่แปลงจริง

ปี 2557 สายพันธุ์สยามเอส 1 ออกผลผลิตและได้ทดลองจัดจำหน่ายผลผลิตที่ได้แก่ผู้บริโภค พร้อมทำการวิจัยจึงได้ทราบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจในรูปลักษณ์และรสชาดสูงสุด และกลุ่มผู้จัดจำหน่ายยังมีความต้องการผลผลิต สยามเอส 1 จำนวนมาก

ปี 2558 รศ.ดร.ธัทธรรม พิลาแดง และผู้ร่วมก่อตั้ง จึงได้ตัดสินใจ ออกส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก โดยเลือกพื้นที่ ภาคอีสานในพื้นที่ทุ่งกุลา

ปัจจุบันอินทผลัมสายพันธุ์สยาม เอส1 มีการปลูกแพร่หลายในประเทศ เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกในประเทศได้ผลผลิตดี รสชาดดี และต้านทานโรคได้ดี ได้รับการปรับปรุงให้ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศได้ดี

 

ประวัติการส่งเสริม

ปลายปี 2558 รศ.ดร.ธัทธรรม พิลาแดง ก่อตั้งศูนย์ส่งเสริม เกษตรรักษ์ดิน อินทผลัมประเทศไทย โดยดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ สำนักงานใหญ่ที่เลขที่ 268 หมู่ 4 ต.ผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย และได้ออกพื้นที่เพื่อส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดแรก

โดยมี ร.ต.ทองสุข ดีสม เป็นตัวแทนในพื้นที่ (ต่อมาได้ก่อตั้งเป็นศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม ร้อยเอ็ด) ต่อมาจึงได้ขยายต่อมายังอำเภออาจสามารถ

โดยมีนายไวพจน์และนางประเทือง วันนิจ เป็นตัวแทนในการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ เกษตรกรได้ให้ความสนใจเป็นอย่างดี(ต่อมาได้ก่อตั้งเป็นศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม อำเภออาจสามารถ)

เพิ่มพื้นที่การปลูกอีสานล่างโดยเริ่มที่ อำเภอพนมดงรักโดยมี ร.ต.ท.สมบัติ ฉิมมาลี เป็นตัวแทนช่วยขยายพื้นที่(ซึ่งต่อมาได้ก่อตั้งเป็นศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม อำเภอพนมดงรัก)

แล้วขยายต่อมายังอำเภอปราสาท มีนางไพรทิพย์ ตนกลาย ได้ก่อตั้งเป็นศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม นิคมปราสาท และ

ขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่องมายังอำเภอกาบเชิง โดยนายบุญช่วย ผลอินทร์ ต่อมา เป็นศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม อำเภอกาบเชิง และ

ย้อนกลับขึ้นมาส่งเสริมที่อีสานตอนบนพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยการนำของนายสุทัศน์ สีกันหา และ นายทองพูล ดอนอ่อนเบ้า ซึ่งต่อมาได้ก่อตั้งเป็นศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม หนองบัวลำภู และ

ขยายยังพื้นที่ต่อมายัง อำเภอกุฉินารายณ์ มีนางยองใย กองอุดม และนางหนูกอง โวหารดี เป็นประธานศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม อำเภอกุฉินารายณ์ และ

สิ้นสุดการส่งเสริมปี 2558 ที่อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ

จากปี 2558 จนถึงปัจจุบัน(ปี2562) ศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม ประเทศไทย ได้ขยายพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาคในประเทศไทย มีจำนวนต้นมากกว่า 200,000 ต้น และ

ยังดำเนินงานขยายพื้นที่ต่ออย่างต่อเนื่อง โดยมี นายมงคล สว่างอารมณ์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด เป็นกำลังการขับเคลื่อนที่สำคัญ และยังมีทีมงานฝ่ายการตลาดอีกหลายท่านที่ออกส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ ให้แก่เกษตรกร เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ได้วางไว้ในข้างต้น

 

ประวัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

เมื่อปี 2558 หลังจากได้สายพันธุ์ สยามเอส1 จากการเพราะเมล็ดที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศได้ดี ต้านทานโรคและแมลงได้ดี แต่ยังมีข้อแม้คือไม่สามารถบอกเพศได้ในระยะกล้า ทางศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม ประเทศไทย จึงเริ่มการทดลองด้านเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โดยท่าน ดร.คมกฤษณ์ แสงเงิน ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกันกับอินทผลัม โดยร่วมกับ รศ.ดร.ธัทธรรม พิลาแดง

ปี2558 ได้ทำการทดลองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ เริ่มต้นจากการทดลองหน่อตัวผู้ก่อน เมื่อประสบผลสำเร็จแล้วจึงได้เริ่มทดลองหน่อตัวเมียจากแปลงทดลองที่มีคุณลักษณะที่ดี

เนื่องจากว่าในตอนแรกทางศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม ประเทศไทย ยังไม่มีหน่อเพศเมียมากนัก เพราะอยู่ในช่วงระยะแรกของการขยายแปลง จึงได้นำเอาต้นที่แสดงเพศแล้วเป็นเพศเมียที่มีคุณลักษณะที่ดี มาทำการเพาะเลี้ยง โดยขุดยกมาทั้งต้น ซึ่งในวันและเวลาดังกล่าวราคาต้นตัวเมียแต่ละต้นมีมูลค่าสูงถึง 3-4 หมื่นบาท ต่อต้น มีความจำเป็นที่ต้องใช้หลายสิบต้น นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

ปี 2562 เนื้อเยื่อสายพันธุ์ไทยแท้ได้ประสบความสำเร็จโดยใช้ชื่อว่า สยามTK. mm1 และจะได้นำออกให้เกษตรกรได้ทดลองปลูกในช่วงกลางปี 2563 ซึ่งถือว่าเป็นรายแรกของไทยที่ผลิตต้นกล้าอินทผลัมจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเชิงการค้าได้สำเร็จ

ปัจจุบันทางศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม ประเทศไทย มีการพัฒนาต้นพันธุ์อย่างต่อเนื่องและยังมีต้นพันธุ์อีกหลายสิบต้นที่มีคุณลักษณะพันธุ์ที่ดี เพื่อรอการเพาะเลี้ยงและเป็นพันธุ์ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นของไทย เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับเป้าหมายองค์กรที่วางไว้ด้านการยอมรับในทั่วโลก

 

ประวัติการแปรรูป

 

อินทผลัมสายพันธุ์สยามเอส 1 เป็นอินทผลัมที่ให้ผลผลิตเร็ว เพียงปลูกแค่ปีกว่าๆก็สามารถให้ผลผลิต แต่เนื่องจากอายุต้นยังน้อยจึงทำให้ผลผลิตที่ได้ยังต่ำกว่ามาตรฐานที่วางไว้ ทางศูนย์ส่งเสริมเกษตรรักษ์ดิน อินทผลัม ประเทศไทย จึงได้นำผลผลิตดังกล่าวไปทดลองแปรรูป โดยได้รับความอนุเคราะห์ จากคณะ food science มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี อาจารย์ภาสุรี ฤทธิเลิศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้าน Dry Technology ,Freezing Technology และ Postharvest Technology คิดค้น ควบคุม ดูแล ตลอดการทดลอง

ปี2560 นำผลสดเข้า laboratory เพื่อทำการทดลองทำไวน์อินทผลัม และน้ำเอนไซม์ ในการทดลองผ่านไปได้ด้วยดี ไวน์อินทผลัม และน้ำเอนไซม์ มีรสชาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างครบถ้วน

ปี2561 ได้นำอินทผลัมผลสดเข้าทดลองทำ syrup,Spray Dryer,Freeze dried ,และอินทผลัมผง ในการทดลองสามารถทำได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ และสิ่งที่ลืมไม่ได้คือคุณค่าทางโภชนาการที่ยังครบถ้วน ต่อมาได้นำเอาอินทผลัมผง มาผสมกับกาแฟ ได้กาแฟ 3in1และ 2in1 ภายใต้แบรนด์ "เกษตรรักษ์ดิน"และต่อมายังพัฒนาด้านการแปรรูปต่อเนื่อง และได้ผลิต ผลิตภัณฑ์ใหม่อีก คือ เอ็นไซม์อินทผลัม และส่วนหนึ่งได้นำอินทผลัมผง จัดจำหน่ายเป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์อาหารทั้งในและต่างประเทศ

 

 

 รศ.ดร.ธัทธรรม พิลาแดง  

ร้านค้าออนไลน์
© 2006-2021
Vevo Systems Co., Ltd.